วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ทฤษฎีพหุปัญญา (Theory of Multiple Intelligences)

ทฤษฎีพหุปัญญา (Theory of Multiple Intelligences)

ติวเตอร์  โก โฮม  (http://www.tutorgohome.com/otherarticlesz/888-ทฤษฎีการเรียนรู้.html) ได้กล่าวไว้ว่า  ทฤษฏีนี้มีความเชื่อพื้นฐานที่สำคัญ  2  ประการ คือ

1.  เชาวน์ปัญญาของบุคคลมิได้มีเพียงความสามารถทางภาษาและทางคณิตศาสตร์เท่า นั้น  แต่มีอยู่อย่างหลากหลายถึง 8 ประเภทด้วยกัน  ประกอบด้วย
-   เชาวน์ปัญญาด้านภาษา(Linguistic intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านคณิตศาสตร์หรือการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ(Logical mathematical intelligence)
-   สติปัญญาด้านมิติสัมพันธ์(Spatial intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านดนตรี(Musical intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านการเคลื่อนไหวร่างกายและกล้ามเนื้อ(Bodily kinesthetic intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น(Interpersonal intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านความเข้าใจตนเอง(Intrapersonal intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านความเข้าใจธรรมชาติ(Naturalist intelligence)
เชาวน์ ปัญญาของแต่ละคนอาจจะมีมากกว่านี้  คนแต่ละคนจะมีความสามารถเฉพาะด้านที่แตกต่างไปจากคนอื่น  และมีความสามารถในด้านต่างๆ ไม่เท่ากัน

2.   เชาวน์ปัญญาของแต่ละบุคคลจะไม่อยู่คงที่อยู่ที่ระดับที่ตนมีตอนเกิด แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้  หากได้รับการส่งเสริมที่เหมาะสม

          สมปอง   จันทคง ( http://www.kroobannok.com/blog/35261) ได้กล่าวไว้ว่า ผู้บุกเบิกทฤษฎีนี้คือ  การ์ดเนอร์ (Gardner) จาก ม. ฮาร์วาร์ด ในปี  ๑๙๘๓  แนวคิดนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดเกี่ยวกับ  เชาวน์ปัญญา”  เป็นอย่างมาก  ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหาในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ หรือการสร้างผลงานต่าง ๆ สัมพันธ์กับวัฒนธรรม  เชาวน์ปัญญาทางภาษาและคณิตศาสตร์  เชาวน์ปัญญาของบุคคลไม่อยู่คงที่  จะมีการเปลี่ยนแปลง  พัฒนาหากได้รับการส่งเสริมที่เหมาะสม  เชาวน์ปัญญาของบุคคลประกอบด้วย
1.      ความสามารถในการแก้ปัญหาในสภาพการณ์ต่าง ๆ  ที่เป็นไปตามธรรมชาติและตามบริบท
ทางวัฒนธรรม
              2.  ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีประสิทธิภาพและสัมพันธ์กับบริบททางวัฒนธรรม
              3.  ความสามารถในการแสวงหาหรือตั้งปัญหาเพื่อหาคำตอบและเพิ่มพูนความรู้เชาวน์ปัญญา  ๘  ด้านตามแนวคิดของการ์ดเนอร์
                              เชาวน์ปัญญาด้านภาษา
เชาวน์ปัญญาด้านคณิตศาสตร์หรือการใช้เหตุผลทางตรรกะ
- เชาวน์ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์
เชาวน์ปัญญาด้านดนตรี
เชาวน์ปัญญาด้านการเคลื่อนไหวร่างกายและกล้ามเนื้อ
เชาวน์ปัญญาด้านการสัมพันธ์กับผู้อื่น
เชาวน์ปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง
เชาวน์ปัญญาด้านความเข้าใจธรรมชาติ

การประยุกต์ใช้ทฤษฎีในการเรียนการสอน  แนวทางการนำทฤษฎีพหุปัญญามาใช้ในการเรียนการสอนมีดังนี้
1. เนื่องจากแต่ละบุคคลมีเชาวน์ปัญญาแตกต่างกัน  ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอนควรมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย  จะช่วยให้ผู้เรียนทุกคนมีโอกาสที่จะพัฒนาตนเองอย่างรอบด้าน  พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมศักยภาพหรือความสามารถเฉพาะตนของผู้เรียนไปในตัว
             2.  เนื่องจากผู้เรียนมีระดับพัฒนาการในเชาวน์ปัญญาแต่ละด้านไม่เท่ากัน  ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับขั้นการพัฒนาการในแต่ละด้านของผู้เรียน ที่หลากหลาย
             3.  เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีเชาวน์ปัญญาแต่ละด้านไม่เหมือนกัน   แต่ละคนมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง  มีความแตกต่างกัน  หลากหลาย  สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม
           4.  ระบบการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ควรต้องมีการปรับเปลี่ยนไปจากแนวคิดเดิมที่ใช้การทดสอบวัดความสามารถเชาวน์ปัญญาเพียงด้านเดียว  ควรประเมินอย่างหลากหลายและตามสภาพจริง 

บริหารการศึกษา กลุ่มดอนทอง52http://dontong52.blogspot.com/ได้กล่าวไว้ว่า ผู้บุกเบิกทฤษฎีนี้ คือ การ์ดเนอร์ จากมหาวิทยาลัยอาร์วาร์ด ได้ให้คำนิยาม เชาว์ปัญญา” (Intelligence)ไว้ว่า หมายถึง ความสามารถในการแก้ปัญหาในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ หรือการสร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ มีความสัมพันธ์กับบริบททางวัฒนธรรมในแต่ละแห่ง
การ์ดเนอร์มีความเชื่อพื้นฐานที่สำคัญ 2 ประการ คือ
1. เชาว์ปัญญาของบุคคลมี 8 ประการด้วยกัน ได้แก่
1.1 เชาว์ปัญญาด้านภาษา
1.2 เชาว์ปัญญาด้านคณิตศาสตร์ หรือการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
1.3 สติปัญญาด้านมิตรสัมพันธ์
1.4 เชาว์ปัญญาด้านดนตรี
1.5 เชาว์ปัญญาด้านการเคลื่อนไหวร่างกายและกล้ามเนื้อ
1.6 เชาว์ปัญญาด้านการสัมพันธ์กับผู้อื่น
1.7 เชาว์ปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง
1.8 เชาว์ปัญญาด้านความเข้าใจธรรมชาติ
2. เชาว์ปัญญาของแต่ละคนจะไม่อยู่คงที่ แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากได้รับการส่งเสริมที่เหมาะสม
               
สรุป
ทฤษฏีนี้มีความเชื่อพื้นฐานที่สำคัญ  2  ประการ คือ
1.  เชาวน์ปัญญาของบุคคลมิได้มีเพียงความสามารถทางภาษาและทางคณิตศาสตร์เท่านั้น  แต่มีอยู่อย่างหลากหลายถึง 8 ประเภทด้วยกัน  ประกอบด้วย
-   เชาวน์ปัญญาด้านภาษา(Linguistic intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านคณิตศาสตร์หรือการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ(Logical mathematical intelligence)
-   สติปัญญาด้านมิติสัมพันธ์(Spatial intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านดนตรี(Musical intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านการเคลื่อนไหวร่างกายและกล้ามเนื้อ(Bodily kinesthetic intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น(Interpersonal intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านความเข้าใจตนเอง(Intrapersonal intelligence)
-   เชาวน์ปัญญาด้านความเข้าใจธรรมชาติ(Naturalist intelligence)
2.   เชาวน์ปัญญาของแต่ละบุคคลจะไม่อยู่คงที่อยู่ที่ระดับที่ตนมีตอนเกิด แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้  หากได้รับการส่งเสริมที่เหมาะสม

อ้างอิง
ติวเตอร์  โก โฮม .ทฤษฎีการเรียนรู้.[online],Available:
สมปอง   จันทคง.ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหลักการและวิธีการสอน.[online],Available:
 http://www.kroobannok.com/blog/35261.[2558,15 สิงหาคม]
บริหารการศึกษา กลุ่มดอนทอง52 .จิตวิทยาการศึกษา.[online],Available:
http://dontong52.blogspot.com/.[2558,15 สิงหาคม]

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น